สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกทีมในลีกใส่ชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงสู่สนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลรบกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากดินแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับเสื้อผ้าอีกครั้ง เพื่อให้กล้องถ่ายทอดสดดำเนินงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งอำนวยความสะดวกต่อผู้ที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานบอกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เหมาและก็ เสื้อ กางเกง รวมทั้งถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวทั้งยังโทนเข้มรวมทั้งอ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี จำเป็นที่จะต้องให้สีอื่นมีความสะดุดตากว่าสีเขียวเพียงแค่นั้น รวมทั้งจะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตกลงใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูนี้เพื่อให้ทุกทีมมีเวลาเตรียมความพร้อม

จากการประกาศกฎดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แน่นอนว่าสมาพันธ์ที่ได้รับผลพวงมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้กองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดได้แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตัวเอง เพราะว่าเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ วัวปา อเมริกา 2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล

กลับมีนักเตะสายโลหิตบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เพราะว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี แล้วก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายโลหิตบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งผอง 6 คน ได้แก่ เปกระเป๋า แนวรับทีมชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แนวรับทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวาทีมชาติยูเครน แล้วก็ 3 นักฟุตบอลทีมชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้งยัง 6 คนดังกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งผองเลยด้วย

แต่ว่ามีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สโมสรบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ เพราะว่าได้ย้ายมาปักหลักถิ่นฐานในประเทศอิตาลีตั้งแต่ขณะที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี แล้วก็ได้รับชนชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อจากนั้นได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เวโรทุ่งนา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 แล้วก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ ทุ่งนาโปลี ก่อนที่จะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งตอนนี้


ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ว่าได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 แล้วก็ได้โอนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในขณะที่ โตลอย เพิ่งได้ชนชาติในช่วงต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้มีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนทุ่งนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อขณะที่สวมบทเป็นกองกึ่งกลางทีมชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังทีมชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 พอๆกับว่าในช่วงเวลานี้มีนักเตะสายโลหิตบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปได้แชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เหตุเพราะ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน แล้วก็ โตลอย แปลงเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมใจกลมเกลียว เพราะว่าได้สวมเสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นนัดหมายชิงยูโร 2020 จำต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ที่ข้อสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความสิ้นหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ล่าสุด มีกล่าวว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงชื่ออย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า ทำรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่แฟร์

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินประชาชนชาวดัตช์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นกล่าวว่าตัดสินบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแม้กระนั้นก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็จะต้องเป็นใบแดงเช่นกัน

จนถึงเวลานี้ มีแฟนบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงชื่อใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเขามองว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังระบุเพิ่มเพราะว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม การร่วมลงชื่อคราวนี้อาจเป็นไปได้เพียงการแสดงออกทางข้อคิดเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบรับข้อเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตขู่คำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จำต้องพบกับความหมดหวังอีกครั้ง หลังเป็นข้างแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำต้องคอยการบรรลุผลถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการครองแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดีมีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมเป็นอย่างมาก เกี่้ยวกับการตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่เลือกให้นักเตะอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้งยัง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งยังสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาแจกแจงถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยไตร่ตรองจากภาพรวมในการฝึก แม้คุณจะโทษผู้ใดกันแน่ คนนั้นต้องเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่ว่าเราจะอยู่ใกล้เคียงเขา”

 

นอกเหนือจากนั้น สมัยก่อนปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นสายปลายเหตุว่าเพราะเหตุใดกลุ่มก็เลยหันมาเล่นเกมรับ แล้วก็ตัดสินใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”พวกเราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอเพียง นั่นทำให้พวกเราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เช่นเดียวกับการพนัน หากพวกเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้าที่ผ่านมา พวกเราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นได้”

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษวินิจฉัย 3-2 คว้าแชมป์มาครอบครองเป็นสมัยที่สองหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นดีของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้ทีมของเขาคว้าแชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

ยิ่งไปกว่านี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลดี ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งดี – เปดรี (ประเทศสเปน)

 

ในตอนที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดเอารางวัลดาวรุ่งดีประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นเกือบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาหลังถูกสลับตัวออกมาจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำอย่างงั้น มันช่างเหลือเชื่อ ไม่มีใครเหมือน” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูเท่ากับ ขว้างตริก ชิก แผงหน้าทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ดาวเตะดินแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ เอารางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

ชิงชัยรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งหมดทั้งปวง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ยิงประตูสูงที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตสูงที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครอบครองบอลเฉลี่ยสูงที่สุด ประเทศสเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด ประเทศสเปน – 89.3%

เซฟสูงที่สุด แยน ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปินาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนหรูหรา (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์สูงที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นหน้าแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดตั้งคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการพูดคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แผงหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ ข้าร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งข้าร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส แล้วก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เนื่องจากว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

จากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังหรอ?” แล้วจากนั้นอีกทั้งข้าร์กตัวส์แล้วก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมกันเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันดวงใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงชนะเลิศ ที่จัดแจงฟาดลำแข้งกันเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

อย่างที่แฟนบอลเข้าใจกันดีอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการแข่งระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ผู้จัดงาน กลุ่มชาติบราซิล เจอกับ กลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินา

ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์กลุ่มชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาหินมาเหวี่ยงใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนฝูงชาวอาร์เจนไตน์หลายคน แม้กระนั้นฉันมิได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เพราะฉันรักบอล แล้วก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อกลุ่มชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เป็นกลาง!”

ภายหลังจากโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่กล่าวมาข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคู่รักบอลไม่น้อยล้วนคล้อยตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบ 100%ก็ให้เหตุผลคล้ายกันนั่นคือ ชื่นชมในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น แล้วก็ต้องการให้สมหวังเสียเชิงในวัย 34 ปี ทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความไม่ประสบผลสำเร็จของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวเหยียดว่า

“ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มสง่า ความฝันของผมตลอดชาติคือการได้เล่นให้กลุ่มชาติแล้วก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องสนับสนุน”

“ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาแข่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“หากสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะผมคือคนบราซิล แล้วก็ใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความเคารพนับถือ แม้กระนั้นไปลงนรกซะเถิด”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่เจอ กลุ่มชาติเวเนซุเอลา แล้วก็ กลุ่มชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วเขายิงมิได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนหน้าที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย แล้วก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้